นักเตะอิตาลี ในลีกฟุตบอลของอังกฤษ ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรแข้งอิตาเลียนก็ยากจะประสบความสำเร็จที่นี่

          นักเตะอิตาลี บ้างก็บอกว่าเป็นเหตุผลในเรื่องวัฒนธรรม บ้างก็ว่าเป็นเรื่องแท็คติกการเล่นที่ต่างกันไปสุดขั้ว ทว่าเหตุผลทั้งหมดคงใช้ไม่ได้กับนักเตะอิตาเลียนที่สูงแค่ 168 เซนติเมตร อย่าง จานฟรังโก้ โซล่า นี่คือนักเตะอิตาลีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในลีกอังกฤษ อะไรทำให้เขาแตกต่างและอะไรทำให้นักเตะคนอื่นเลียนแบบเขาไม่ได้?

นักเตะอิตาลี

นักเตะอิตาลี อย่างจานฟรังโก้ผู้กรุยทางที่ยอดเยี่ยม

          “เงินตัวเดียว” ที่เปลี่ยนพรีเมียร์ลีกให้ยกระดับจนกลายเป็นลีกยอดนิยมที่สุดในโลก … นี่อาจจะเป็นคำพูดที่แรงไปนิด แต่คือเรื่องจริงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย Mo.bet

          เดิมทีฟุตบอลอังกฤษแทบไม่ได้ให้ค่าความสำคัญกับนักเตะต่างชาติหรือนักเตะนอกสหราชอาณาจักรมากมายนักในช่วงยุค 80s ต่อยุค 90s ต้น ๆ ปัญหาก็เพราะนักเตะต่างชาตินั้นถึงแม้จะฝีเท้าดีแต่ก็มีค่าตัวและค่าเหนื่อยแพง ยิ่งช่วงเวลาดังกล่าวฟุตบอล กัลโช่ เซเรียอา เป็นเบอร์ 1 ของโลก Mobet.life

          นักเตะคนใดเริ่มดังก็มักจะไปพิสูจน์ตัวเองที่นั่นทั้งนั้น จนมีวลีที่แพร่หลายในหมู่นักเตะที่ว่า ไปโกยเงินลีร์ (ค่าเงินเดิมของอิตาลี) กัน” รวมถึงอังกฤษเองก็ไม่มีแรงดึงดูดนักเตะต่างชาติ สืบเนื่องจากพฤติกรรมสุดหยาบของ ฮูลิแกน” อันธพาลลูกหนัง ที่ทำให้สโมสรของประเทศนี้ถูกแบนจากการแข่งขันสโมสรยุโรปถึง 5 ปีอีกด้วย เทรดค่าเงิน

          หลังจากปล่อยให้เป็นไปเช่นนั้นอยู่พักใหญ่ ฟุตบอลอังกฤษตัดสินใจรีแบรนด์ใหม่จากศึก ดิวิชั่น 1 สู่ พรีเมียร์ลีก ในปี 1992 จากนั้นก็มีการผลักดันและประชาสัมพันธ์ รวมถึงการปรับปรุงระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายทอดสดที่ทำให้เม็ดเงินเริ่มไหลเข้ามา และเมื่อมีเงิน ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลง สล็อตMobet

          ตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา นักเตะต่างชาติเริ่มทยอยเข้ามาในลีกแห่งนี้ และนักเตะจาก อิตาลี เองก็เริ่มจะหันมามองลีกอังกฤษบ้างหลังจากที่หลายทีมในอังกฤษสามารถสู้ค่าจ้างไหว คนแรกที่เข้ามามีชื่อว่า อันเดรีย ไซเลนซี กองหน้าจาก โตริโน่ ที่มีค่าตัว 1.8 ล้านปอนด์ เมื่อครั้งย้ายมาอยู่กับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์  

          แม้ ไซเลนซี จะไม่ประสบความสำเร็จ ยิงได้แค่ 2 ลูกตลอด 14 เดือนที่เล่นให้ทีมจนต้องย้ายหนีกลับไปอิตาลีตามเดิม แต่นักเตะรุ่นหลังจากเขาหลายคนเข้ามาและสร้างปรากฎการณ์ให้ฟุตบอลอังกฤษรู้จักการเล่นอย่างมี ศิลปะ” และแน่นอนหนึ่งในนั้นคือ จานฟรังโก้ โซล่า

          ในยุคไล่ ๆ กับ โซล่า มีนักเตะอิตาลีอย่าง ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่, โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ และ เบนิโต้ คาร์บอเน่ ซึ่งอาจจะรวมถึงนักเตะที่ย้ายมาจาก เซเรียอา อย่าง เดนิส เบิร์กแคมป์ (อินเตอร์) กับ มาร์กแซล เดอไซญี่ (เอซี มิลาน) ชื่อที่เอ่ยมานี้ล้วนแต่เป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จทั้งนั้น

         มันมีเหตุผลมากมายหลายอย่างที่นักเตะเหล่านี้ประสบความสำเร็จ บทความจาก The Guardian เล่าว่าความเป็นนักเตะเชิงสูงสไตล์อิตาเลียนหรือนักเตะจากนอกสหราชอณาจักรคือความแตกต่างของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเวลานั้น และเมื่อได้นักเตะที่มีความสามารถมากกว่าคนอื่น ๆ มันง่ายกว่าที่จะทำทีมโดยมีนักเตะคนนั้นเป็นศูนย์กลางของทีม ให้อิสระในการเล่นของพวก

          ศิลปินลูกหนังเล่านี้ ไม่จับพวกเขาปักหลักในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งมากเกินไป เมื่อนั้นพวกเขาจะมีความสุขในการเล่น และเมื่อเดอะแบกเหล่านี้เอ็นจอย ทีมก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น … นี่คือแนวคิดการทำทีมของทีมจากพรีเมียร์ลีกในช่วงยุค 90s และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ จานฟรังโก้ โซล่า ย้ายมาอยู่กับ เชลซี ทั้ง ๆ ที่ ณ เวลานั้น สิงห์บลูส์ จบอันดับ 11 ของตารางเท่านั้น

จาก เซเรียอา สู่ พรีเมียร์ลีก ยุคตั้งไข่

         ตอนนั้นผมมีปัญหาที่ปาร์ม่า ผมเล่นได้ไม่ค่อยดีนัก แล้วก็มีปัญหาส่วนตัวด้วย ดังนั้นเมื่อผมได้รับข้อเสนอจากอังกฤษผมก็เลยรับไว้เลย จริง ๆ ผมอยากลองอะไรใหม่ ๆ ด้วย ที่นั่นมี โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ และ จานลูก้า วิอัลลี่ รออยู่”   

          การสัมภาษณ์ครั้งนี้ของ โซล่า พอจะบอกได้ถึงยุคสมัยนั้นเป็นอย่างดี นักเตะที่ดีที่สุดมักมองข้ามพรีเมียร์ลีกไป พวกเขาจะมาที่นี่ก็เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นและเป็นส่วนเกินของทีมดังในเซเรียอา เท่านั้น เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรให้การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการก้าวถอยหลังอย่างที่ใครเข้าใจ ? … โซล่า บอกได้เพียงว่า ก็ตั้งใจให้มาก ๆ เข้า ไม่ว่าจะเรื่องฟุตบอล หรือการใช้ชีวิต”  

          อยากจะเป็นคนสำคัญในต่างแดนก็ต้องเรียนรู้วัฒนธรรม โซล่า หมายความเช่นนั้น เขาพยายามปรับตัวเข้าหานักเตะอังกฤษในทีม เขาเปิดกว้างกับทุกคนและเป็นมิตร ต่างกับนักเตะ อิตาลี อีกคนอย่าง ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ ที่ย้ายไปอยู่กับ มิดเดิลสโบรช์ รายนั้นแม้จะประสบความสำเร็จเพียงสั้น ๆ (1 ฤดูกาลถ้วน) แต่ ราวาเนลลี่ เป็นที่รังเกียจของเพื่อน ๆ ในทีมมาก เพราะเขาขี้เกียจ วางตัวเหนือคนอื่น และไม่เคยคิดจะเรียนรู้แม้แต่ภาษาอังกฤษ … ราวาเนลลี่ ใช้ล่ามส่วนตัว แต่ โซล่า ลงคอร์สเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง นั่นคือความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

นักเตะอิตาลี

          “ผมตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษอยู่ 6 เดือน สัปดาห์นึงจะเรียนประมาณ 2 คาบ จากนั้นผมก็อัดเสียงบทเรียนต่าง ๆ มาฝึกเองที่บ้านด้วย มันยากนะในตอนแรก ผมจำได้ว่าการให้สัมภาษณ์กับสื่อของผมช่วงย้ายมาใหม่ ๆ มันตลกดี ผมพูดติดขัดตลอดแบบว่า ผมคิดว่าเอ่อ …‘, ‘อืม ๆ ครับโอเคต้องนึกคำพักใหญ่เลย” โซล่า พูดถึงการปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ของเขา

          อีกสิ่งหนึ่งที่ โซล่า เป็นมาเสมอ คือเขาพยายามสร้างความสุขให้กับทุกคนในทีม เขายิ้มหัวเราะและสนิทกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ในเวลาอันรวดเร็ว ที่สำคัญคือเมื่ออยู่ในสนาม สิ่งที่ โซล่า แสดงออกล้วนมหัศจรรย์ทั้งสิ้น

          เจอร์รี่ ค็อกซ์ อดีตนักข่าวกีฬาที่มีสิทธิ์ลงคะแนนโหวตนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของพรีเมียร์ลีก เล่าว่าเมื่อครั้งที่ โซล่า มาอยู่กับ เชลซี ใหม่ ๆ สิ่งที่เขาเห็นในตัวนักเตะอิตาเลี่ยนร่างเล็กคือพรสวรรค์ และสิ่งที่เขาประหลาดใจยิ่งกว่าคือ โซล่า ทำให้ทุกคนเปิดใจให้กับเขาได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการวางตัวแบบที่ไม่ได้หยิ่งทะนงเหมือนกับนักเตะต่างชาติคนอื่น ๆ ที่มักปลีกวิเวกและมีปฏิสัมพันธ์กับทีมน้อยมาก

          “ผมจำได้ว่าผมโหวตให้โซล่า เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลตอนนั้น เขาเพิ่งย้ายมาแต่ผมไม่สนหรอก เพราะเขายอดเยี่ยมมากจริง ๆ ผมจำได้ครั้งหนึ่งผมไปดูเชลซีฝึกซ้อม ผมเห็นความเป็นมนุษย์ในตัวของโซล่า เขาอาจจะพูดภาษาอังกฤษแบบงู ๆ ปลา ๆ แต่เขาซ้อมตามที่โค้ชสั่ง นอกจากนี้ยังพยายามติวนักเตะเยาวชนที่ได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ด้วย เขาซ้อมทีมเสร็จเขาก็แยกตัวมาซ้อมเดียวอีก 1 ชั่วโมง เป็นการซ้อมยิงฟรีคิกด้านขวาและซ้าย … แค่นี้ก็รู้แล้วว่านี่แหละมืออาชีพตัวจริงเลย”